ขนมหวาน ขนมไทย

โครงงาน คอมพิวเตอร์

เรื่อง ขนมไทยโบราณ

จัดทำโดย

เด็กหญิงพรทิพย์   ต้นบัว

เด็กหญิง สุนิสา   เเสนสุข

เด็กหญิง  ธีรพรรณ์   คำมาไว

อาจารย์ที่ปรึกษา

อาจารย์  ปรียาภรณ์   ทะพิงค์เเก

โรงเรียนบ้านสันป่าสัก

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่เขต 4

ขนมหวาน ขนมไทย

โครงงาน คอมพิวเตอร์

เรื่อง ขนมไทยโบราณ

 

จัดทำโดย

เด็กหญิง  พรทิพย์    ต้นบัว

เด็กหญิงสุนิสา  เเสนสุข 

เด็กหญิง   ธีรพรรณ์    คำมาไว

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

 

อาจารย์ที่ปรึกษา

อาจารย์   ปรียาภรณ์     ทะพิงค์เเก

 

โรงเรียนบ้านสันป่าสัก

สำนักงานเขตพื้นที่การเชียงใหม่  เขต  4

กาพย์เห่ชมเครื่องคาว-หวาน

                  อาหารและของหวานในกาพย์เห่ชมเครื่องคาว-หวาน   ตรงนี้จะเป็นพื้นที่แสดงอาหารคาว หวาน ของไทย ในบทกาพย์เห่เรือชมเครื่องคาและกาพย์เห่เรือชมเครื่องหวาน กาพย์เห่เรือทั้ง 2 เป็นงานพระราชนิพนธ์ ใน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่  ๒                      

กาพย์เห่ชมเครื่องคาว

 นพคุณ พี่เอย    แกงไก่มัสมั่นเนื้อ
เฉียบร้อน     หอมยี่หร่ารสฉุน
พิศวาส หวังนา    ชายใดบริโภคภุญช์
อกให้หวนแสวง   แรงอยากยอหัตถ์ข้อน

หอมยี่หร่ารสร้อนแรง    มัสมั่นแกงแก้วตา
แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา    ชายใดได้กลืนแกง
วางจานจัดหลายเหลือตรา    ยำใหญ่ใส่สารพัด
ญี่ปุ่นล้ำย้ำยวนใจ     รสดีด้วยน้ำปลา

เจือน้ำส้มโรยพริกไทย   ตับเหล็กลวกหล่อนต้ม
ไม่มีเทียบเปรียบมือนาง     โอชาจะหาไหน
พร้อมพริกสดใบทองหลาง   หมูแนมแหลมเลิศรส
ห่างห่อหวนป่วนใจโหย     พิศห่อเห็นรางชาง

วางถึงลิ้นดิ้นแดโดย    ก้อยกุ้งปรุงประทิ่น
ฤๅจะเปรียบเทียบทันขวัญ    รสทิพย์หยิบมาโปรย
เป็นมันย่องล่องลอยมัน    เทโพพื้นเนื้อท้อง
ของสวรรค์เสวยรมย์     น่าซดรสครามครัน

ทำน้ำยาอย่างแกงขม   ความรักยักเปลี่ยนท่า
ชมไม่วายคล้ายคล้ายเห็น   กลอ่อมกล่อมเกลี้ยงกลม
รสพิเศษใส่ลูกเอ็น   ข้าวหุงปรุงอย่างเทศ
เช่นเชิงมิตรประดิษฐ์ทำ     ใครหุงปรุงไม่เป็น

แกงคั่วส้มใส่ระกำ    เหลือรู้หมูป่าต้ม
ช้ำทรวงเศร้าเจ้าตรากตรอม   รอยแจ้งแห่งความขำ
ฟุ้งปรากฏรสหื่นหอม    ช้าช้าพล่าเนื้อสด
สนิทเนื้อเจือเสาวคนธ์    คิดความยามถนอม

นอนเตียงทองทำเมืองบน   ล่าเตียงคิดเตียงน้อง
ยลอยากนิทรคิดแนบนอน    ลดหลั่นชั้นชอบกล
รุ่มรุ่มเร้าคือไฟฟอน   เห็นหรุ่มรุมทรวงเศร้า
ร้อนรุมรุ่มกลุ้มกลางทรวง    เจ็บไกลในอาวรณ์

โอชารสกว่าทั้งปวง     รังนกนึ่งน่าซด
เหมือนเรียมร้างห่างห้องหวน    นกพรากจากรังรวง
ดุจวาจากระบิดกระบวน    ไตปลาเสแสร้งว่า
ให้พี่เคร่าเจ้าดวงใจ   ใบโศกบอกโศกครวญ

เป็นโฉมน้องฤๅโฉมไหน   ผักโฉมชื่อเพราะพร้อง
ใคร่ครวญรักผักหวานนาง    ผักหวานซ่านทรวงใน

กาพย์เห่ชมเครื่องหวาน

เคยมี    สังขยาหน้าไข่คุ้น
โศกย้อม    แกมกับข้าวเหนียวสี
สมรแม่ มาแม      เป็นนัยนำวาที
เพียบแอ้อกอร   แถลงว่าโศกเสมอพ้อม

ข้าวเหนียวใส่สีโศกแสดง    สังขยาหน้าตั้งไข่
แจ้งว่าเจ้าเศร้าโศกเหลือ   เป็นนัยไม่เคลือบแคลง
แทรกใส่น้ำกะทิเจือ    ซ่าหริ่มลิ้มหวานล้ำ
ได้เสพหริ่มพิมเสนโรย     วิตกอกแห้งเครือ

นึกโฉมฉมหอมชวยโชย     ลำเจียกชื่อขนม
โหยไห้หาบุหงางาม    ไกลกลิ่นดิ้นแดโดย
น่าสงสัยใคร่ขอถาม   มัศกอดกอดอย่างไร
ขนมนามนี้ยังแคลง    กอดเคล้นจะเห็นความ

แผ่แผ่นกลมเพียงแผ่นแผง      ลุดตี่นี้น่าชม
แคลงของแขกแปลกกลิ่นอาย     โอชาหน้าไก่แกง
งามสมส่อประพิมพ์ประพาย    ขนมจีบเจ้าจีบห่อ
ชายพกจีบกลีบแนบเนียน     นึกน้องนุ่งจีบกราย

ประดิษฐ์ทำขนมเทียน     รสรักยักลำนำ
เทียนหล่อเหลาเกลากลึงกลม     คำนึงนิ้วนางเจียน
สามหยิบชัดน่าเชยชม   ทองหยิบทิพย์เทียมทัด
ก้มหน้าเมินเขินขวยใจ     หลงหยิบว่ายาดม

เพียงไฟฟอนฟอกทรวงใน    ขนมผิงผิงผ่าวร้อน
เมื่อไรเห็นจะเย็นทรวง     ร้อนนักรักแรมไกล
เหมือนนกแกล้วทำรังรวง     รังไรโรงด้วยแป้ง
ยังยินดีด้วยมีรัง      โอ้อกนกทั้งปวง

ทองม้วนมิดคิดความหลัง    ทองหยอดทอดสนิท
แต่ลำพังสองต่อสอง      สองปีสองปิดบัง
ใส่ชื่อดุจมงกุฏทอง     งามจริงจ่ามงกุฏ
สะอิ้งน้องนั้นเคยยล     เรียมร่ำคำนึงปอง

คิดบัวกามแก้วกับตน    บัวลอยเล่ห์บัวงาม
สถนนุชดุจประทุม     ปลั่งเปล่งเคร่งยุคล
หอมปรากฏกลโกสุม     ช่อม่วงเหมาะมีรส
หุ้มห่อม่วงดวงพุดตาน       คิดสีสไลคลุม

เหมือนเส้นไหมไข่ของหวาน    ฝอยทองเป็นยองใย
เย็บชุนใช้ไหมทองจีน    คิดความยามเยาวมาลย์

ขนมมงคล 9 อย่าง

    ในรูปที่เห็นนี้ก็เป็นขนมไทยที่สร้างแบบจำลองหรือของปลอม ที่ทำออกมาได้เหมือนมาก สวยงามและสีสันมีความฉ่ำบนผิวเหมือนกับของจริงมากๆ เห็นแล้วอยากหยิบใส่ปากจริงๆ ครับ
ขนมมงคล 9 อย่าง 4 อย่างในรูปนี้ก็ประกอบไปด้วย บนซ้ายเม็ดขนุน บนขวาทองหยอด ล่างซ้ายทองหยิบ ล่างขวาทองเอก


  

ขนมเม็ดขนุน เป็นขนมในตระกูลทอง เช่นกัน มีสีเหลืองทองรูปร่างลักษณะคล้ายกับเม็ดขนุน ข้างในมีไส้ทำด้วยถั่วเขียวบด มีความเชื่อกันว่าชื่อของขนมเม็ดขนุน จะเป็นสิริมงคล ช่วยให้มีคนสนับสนุนหนุนเนื่อง ในการดำเนินชีวิตและในหน้าที่การงานหรือกิจการต่างๆ ที่ได้กระทำอยู่

ทองหยอด ใช้ประกอบในพิธีมงคลทั้งหลาย หรือมอบเป็นของขวัญในโอกาสสำคัญ แก่ผู้ใหญ่ที่เคารพรัก หรือญาติสนิทมิตรสหายแทนคำอวยพร ให้ร่ำรวยมีเงินมีทอง ใช้จ่ายอย่างไม่รู้หมดสิ้นประดุจให้ทองคำแก่กัน

   ทองหยิบ เป็นขนมมงคลชนิดหนึ่ง มีลักษณะงดงามคล้ายดอกไม้สีทอง ต้องใช้ความสามารถและความพิถีพิถันเป็นอย่างมาก ในการประดิษฐ์ประดอย จับกลีบ ให้มีความงดงามเหมือนกลีบดอกไม้ ชื่อขนมทองหยิบ เป็นชื่อสิริมงคล เชื่อว่าหากนำไปใช้ประกอบพิธีมงคลต่างๆ หรือให้เป็นของขวัญแก่ใครแล้ว จะทำให้เกิดความมั่งคั่งร่ำรวย หยิบจับงานสิ่งใดก็จะร่ำรวย มีเงินมีทองสมดังชื่อ “ทองหยิบ”

ขนมทองเอก เป็นขนมในตระกูลทองอีกชนิดหนึ่งที่ต้องใช้ความพิถีพิถันเป็นอย่างยิ่งในทุกขั้นตอนการทำ มีลักษณะที่สง่างาม โดดเด่นกว่าขนมตระกูลทองชนิดอื่นๆ ตรงที่มีทองคำเปลวติดไว้ที่ด้านบนของขนม คำว่า “เอก” หมายความถึง การเป็นที่หนึ่ง การใช้ขนมทองเอกประกอบพิธีมงคล สำคัญต่างๆ หรือใช้มอบเป็นของขวัญในงานฉลอง การเลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง จึงเปรียบเสมือนคำอวยพรให้เป็นที่หนึ่งด้วย

ขนมมงคล 9 อย่าง ในรูปที่เห็นนี้ก็เป็นขนมไทยที่สร้างแบบจำลองหรือของปลอม ที่ทำออกมาได้เหมือนมาก สวยงามและสีสันมีความฉ่ำบนผิวเหมือนกับของจริงมากๆ เห็นแล้วอยากหยิบใส่ปากจริงๆ ครับ
ขนมมงคล 9 อย่าง 4 อย่างในรูปนี้ก็ประกอบไปด้วย บนซ้ายเม็ดขนุน บนขวาทองหยอด ล่างซ้ายทองหยิบ ล่างขวาทองเอก

 ขนมเม็ดขนุน เป็นขนมในตระกูลทอง เช่นกัน มีสีเหลืองทองรูปร่างลักษณะคล้ายกับเม็ดขนุน ข้างในมีไส้ทำด้วยถั่วเขียวบด มีความเชื่อกันว่าชื่อของขนมเม็ดขนุน จะเป็นสิริมงคล ช่วยให้มีคนสนับสนุนหนุนเนื่อง ในการดำเนินชีวิตและในหน้าที่การงานหรือกิจการต่างๆ ที่ได้กระทำอยู่

ทองหยอด ใช้ประกอบในพิธีมงคลทั้งหลาย หรือมอบเป็นของขวัญในโอกาสสำคัญ แก่ผู้ใหญ่ที่เคารพรัก หรือญาติสนิทมิตรสหายแทนคำอวยพร ให้ร่ำรวยมีเงินมีทอง ใช้จ่ายอย่างไม่รู้หมดสิ้นประดุจให้ทองคำแก่กัน

  ทองหยิบ เป็นขนมมงคลชนิดหนึ่ง มีลักษณะงดงามคล้ายดอกไม้สีทอง ต้องใช้ความสามารถและความพิถีพิถันเป็นอย่างมาก ในการประดิษฐ์ประดอย จับกลีบ ให้มีความงดงามเหมือนกลีบดอกไม้ ชื่อขนมทองหยิบ เป็นชื่อสิริมงคล เชื่อว่าหากนำไปใช้ประกอบพิธีมงคลต่างๆ หรือให้เป็นของขวัญแก่ใครแล้ว จะทำให้เกิดความมั่งคั่งร่ำรวย หยิบจับงานสิ่งใดก็จะร่ำรวย มีเงินมีทองสมดังชื่อ “ทองหยิบ”

 ขนมทองเอก เป็นขนมในตระกูลทองอีกชนิดหนึ่งที่ต้องใช้ความพิถีพิถันเป็นอย่างยิ่งในทุกขั้นตอนการทำ มีลักษณะที่สง่างาม โดดเด่นกว่าขนมตระกูลทองชนิดอื่นๆ ตรงที่มีทองคำเปลวติดไว้ที่ด้านบนของขนม คำว่า “เอก” หมายความถึง การเป็นที่หนึ่ง การใช้ขนมทองเอกประกอบพิธีมงคล สำคัญต่างๆ หรือใช้มอบเป็นของขวัญในงานฉลอง การเลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง จึงเปรียบเสมือนคำอวยพรให้เป็นที่หนึ่งด้วย

  ขนมมงคล 9 อย่าง ต่อด้วยอย่างสุดท้ายอย่างที่ 9 ขนมจ่ามงกุฎ เนื่องจากมีรูปร่างที่มีรายละเอียดเลยไม่อยากย่อรูปให้เล็กลง สรุปว่าครบขนมมงคล 9 อย่าง

ขนมจ่ามงกุฎ เป็นขนมที่ทำยาก มีขั้นตอนในการทำสลับซับซ้อน นิยมทำกันเพื่อใช้ประกอบพิธีการที่สำคัญจริงๆ คำว่า “จ่ามงกุฎ” หมายถึงการเป็นหัวหน้าสูงสุดแสดงถึงความมีเกียรติยศสูงส่ง นิยมใช้เป็นของขวัญในงานเลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง ถือเป็นการแสดงความยินดีและอวยพรให้มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานยิ่งๆ ขึ้นไป

ขนมไทยในงานเทศกาลและพิธีกรรมความเชื่อ

ขนมไทยมีส่วนร่วมในวิถีชีวิตไทยในทุกเทศกาลและโอกาสต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความผูกพันและเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมไทยตั้งแต่สมัยโบราณ ขนมที่ใช้ในงานเทศกาลและพิธีกรรมต่างๆของไทยตลอดทั้งปีสรุปได้ดังนี้

ขนมไทยในงานเทศกาล

  • งานตรุษสงกรานต์ ที่พระประแดง และราชบุรี ใช้กะละแมเป็นขนมประงานตรุษ
  • สารทไทย เดือน 10 ทุกภาคยกเว้นภาคใต้ ใช้กระยาสารทเป็นขนมหลัก นอกจากนั้น อาจมี ข้าวยาคู ข้าวมธุปายาส ข้าวทิพย์ ส่วนทางภาคใต้ จะมี ขนมสารทเดือนสิบ โดยใช้ขนมลา ขนมพอง ขนมท่อนใต้ ขนมบ้า ขนมเจาะหูหรือขนมดีซำ ขนมต้ม (ข้าวเหนียวใส่กะทิห่อใบกะพ้อต้ม ต่างจากขนมต้มของภาคกลาง) ยาสาด (กระยาสารท) ยาหนม (กะละแม)  โดยขนมแต่ละชนิดที่ใช้มีความหมายคือ ขนมพอง เป็นแพพาข้ามห้วงมหรรณพ ขนมกงหรือขนมไข่ปลา เป็นเครื่องประดับ ขนมดีซำเป็นเงินเบี้ยสำหรับใช้สอย ขนมบ้า ใช้เป็นลูกสะบ้า ขนมลาเป็นเสื้อผ้าแพรพรรณ 
  • เทศกาลออกพรรษา การตักบาตรเทโว เดือน 11 นิยมทำข้าวต้มผัดห่อด้วยใบตองหรือใบอ้อย ธรรมเนียมนี้มาจากความเชื่อทางศาสนาที่ว่า เมื่อประชาชนไปรอรับเสด็จพระพุทธเจ้าเมื่อทรงพุทธดำเนินจากเทวโลกกลับสู่โลกมนุษย์ ณ เมืองสังกัสสะ ชาวเมืองที่ไปรอรับเสด็จได้นำข้าวต้มผัดไปเป็นเสบียงระหว่างรอบางท้องที่มีการทำข้าวต้มลูกโยนใส่บาตรด้วยเช่น ชาวไทยเชื้อสายมอญที่จังหวัดราชบุรี 
  • ในช่วงออกพรรษา ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชมีประเพณีลากพระและตักบาตรหน้าล้อ ซึ่งจะใช้ขนมสองชนิดคือ ห่อต้ม (ข้าวเหนียวผัดกะทิห่อเป็นรูปสามเหลี่ยมด้วยใบพ้อ) และห่อมัด (เหมือนห่อต้มแต่ห่อด้วยใบจากหรือใบมะพร้าวอ่อนเป็นรูปสี่เหลี่ยมใช้เชือกมัด) 
  • ในช่วงถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ชาวไทยมุสลิมนิยมรับประทานขนมอาเก๊าะ
  • เดือนอ้าย มีพระราชพิธีเลี้ยงขนมเบื้อง เมื่อพระอาทิตย์โคจรเข้าราศีธนู นิมนต์พระสงฆ์ 80 รูป มาฉันขนมเบื้องในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย
  • เดือนอ้ายในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีประเพณีให้ทานไฟ โดยชาวบ้านจะก่อไฟและเชิญพระสงฆ์มาผิงไฟ ขนมที่ใช้ในงานนี้มี ขนมเบื้อง ขนมครก ขนมกรอก ขนมจูจุน กล้วยแขก ข้าวเหนียวกวน ขนมกรุบ ข้าวเกรียบปากหม้อ ) 
  • เดือนสาม ทางภาคอีสานมีประเพณีบุญข้าวจี่ ซึ่งจะทำข้าวจี่ไปทำบุญที่วัด
  • ชาวไทยมุสลิมมีประเพณีกวนขนมอาซูรอในวันที่ 10 ของเดือนมูฮรอม

ขนมไทยในพิธีกรรมและความเชื่อ

  • การสะเดาะเคราะห์และแก้บนของศิลปินวายัง-มะโย่งของชาวไทยมุสลิมทางภาคใต้ ใช้ข้าวเหนียวสามสี (ขาว เหลือง แดง) ข้าวพอง (ฆีแน) ข้าวตอก (มือเตะ) รา (กาหงะ) และขนมเจาะหู
  • ในพิธีเข้าสุหนัต ขึ้นบ้านใหม่ แต่งงาน นำเรือใหม่ลงน้ำ ชาวไทยมุสลิมนิยมทำขนมฆาน
  • ขนมที่ใช้ในงานแต่งงาน ในภาคกลางนอกกรุงเทพฯออกไปจะมีขนมกงเป็นหลัก นอกจากนั้นมีทองเอก ขนมชะมด ขนมสามเกลอ ขนมโพรงแสม ขนมรังนก บางแห่งใช่ขนมพระพายและขนมละมุดก็มี ในบางท้องถิ่น ใช้ กะละแม ข้าวเหนียวแดง ข้าวเหนียวแก้ว ขนมชั้น ขนมเปียก ขนมเปี๊ยะ ถ้าเป็นตอนเช้า ยังไม่ถึงเวลาอาหาร จะมีการเลี้ยงของว่างเรียก กินสามถ้วย ได้แก่ ข้าวเหนียวน้ำกะทิ ข้าวตอกนำกะทิ ลอดช่องน้ำกะทิ บางแห่งใช้ มันน้ำกะทิ เม็ดแมงลักน้ำกะทิ บางท้องถิ่นใช้ขนมต้มด้ว
  • พิธีแต่งงานของชาวไทยมุสลิม จะมีพิธีกินสมางัตซึ่งเป็นการป้อนข้าวและขนมให้เจ้าบ่าวเจ้าสาว ขนมที่ใช้มี กะละแมหรือขนมดอดอย ขนมก้อหรือตูปงปูตู ขนมลาและข้าวพอง
  • ขนมที่ใช้ในงานบวชและงานทอดกฐินของชาวไทยเชื้อสายมอญในจังหวัดราชบุรีได้แก่ ขนมปลาหางดอก และลอดช่องน้ำกะทิ
  • ในงานศพ ชาวไทยเชื้อสายมอญในจังหวัดราชบุรีนิยมเลี้ยงเม็ดแมงลักน้ำกะทิ 
  • การบูชาเทวดาในพิธีกรรมใดๆ เช่น ยกเสาเอก ตั้งศาลพระภูมิใช้ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว เป็นหลักในเครื่องสังเวยชุดธรรมดา ชุดใหญ่เพิ่ม ข้าวตอก งาคั่ว ถั่วทอง ฟักทองแกงบวด ในพิธีทำขวัญจุกใช้ขนมต้มขาวต้มแดงด้วยเช่นกัน  เครื่องกระยาบวชในการไหว้ครูเพื่อทำผงอิทธิเจ ใช้ขนมต้มแดงต้มขาวเช่นกัน
  • พิธีเลี้ยงผีของชาวไทยเชื้อสายมอญในจังหวัดราชบุรีใช้ ขนมบัวลอย ขนมทอด 
  • ขนมที่ใช้ในพิธีไหว้ครูมวยไทยและกระบี่กระบอง ได้แก่ แกงบวด (กล้วย เผือกหรือมัน) เผือกต้ม มันต้ม ขนมต้มแดงต้มขาว ขนมชั้น ถ้วยฟู ฝอยทอง เม็ดขนุน
  • ในการเล่นผีหิ้งของชาวชอง บนหิ้งมีขนมต้ม 

ขนมไืทยในเเต่ละภาค

ขนมไทยภาคเหนือ

ส่วนใหญ่จะทำจากข้าวเหนียว และส่วนใหญ่จะใช้วิธีการต้ม เช่น ขนมเทียน ขนมวง ข้าวต้มหัวหงอก มักทำกันในเทศกาลสำคัญ เช่นเข้าพรรษา สงกรานต์

ขนมที่นิยมทำในงานบุญเกือบทุกเทศกาลคือขนมใส่ไส้หรือขนมจ๊อก ขนมที่หาซื้อได้ทั่วไปคือ ขนมปาดซึ่งคล้ายขนมศิลาอ่อน ข้าวอีตูหรือข้าวเหนียวแดง ข้าวแตนหรือข้าวแต๋น ขนมเกลือ ขนมที่มีรับประทานเฉพาะฤดูหนาว ได้แก่ ข้าวหนุกงา ซึ่งเป็นงาคั่วตำกับข้าวเหนียว ถ้าใส่น้ำอ้อยด้วยเรียกงาตำอ้อย ข้าวแคบหรือข้าวเกรียบว่าว ลูกก่อ ถั่วแปะยี ถั่วแระ ลูกลานต้ม

ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ขนมพื้นบ้านได้แก่ ขนมอาละหว่า ซึ่งคล้ายขนมหม้อแกง ขนมเปงม้ง ซึ่งคล้ายขนมอาละหว่าแต่มีการหมักแป้งให้ฟูก่อน ขนมส่วยทะมินทำจากข้าวเหนียวนึ่ง น้ำตาลอ้อยและกะทิ ในช่วงที่มีน้ำตาลอ้อยมากจะนิยมทำขนมอีก 2 ชนิดคือ งาโบ๋ ทำจากน้ำตาลอ้อยเคี่ยวให้เหนียวคล้ายตังเมแล้วคลุกงา กับ แปโหย่ ทำจากน้ำตาลอ้อยและถั่วแปยี มีลักษณะคล้ายถั่วตัด

ขนมไทยภาคกลาง

ส่วนใหญ่ทำมาจากข้าวเจ้า เช่น ข้าวตัง นางเยี่ยวเล็ด ข้าวเหนียวมูน และมีขนมที่หลุดลอดมาจากรั้ววัง จนแพร่หลายสู่สามัญชนทั่วไป เช่น ขนมกลีบลำดวน ลูกชุบ หม้อข้าวหม้อแกง ฝอยทอง ทองหยิบ ขนมตาล ขนมกล้วย ขนมเผือก เป็นต้น

ขนมไทยภาคอีสาน

เป็นขนมที่ทำกันง่ายๆ ไม่พิถีพิถันมากเหมือนขนมภาคอื่น ขนมพื้นบ้านอีสานได้แก่ ข้าวจี่ บายมะขามหรือมะขามบ่ายข้าว ข้าวโป่ง [9]นอกจากนั้นมักเป็นขนมในงานบุญพิธี ที่เรียกว่า ข้าวประดับดิน โดยชาวบ้านนำข้าวที่ห่อใบตอง มัดด้วยตอกแบบข้าวต้มมัด กระยาสารท ข้าวทิพย์ ข้าวยาคู ขนมพื้นบ้านของจังหวัดเลยมักเป็นขนมง่ายๆ เช่น ข้าวเหนียวนึ่งจิ้มน้ำผึ้ง ข้าวบ่ายเกลือ คือข้าวเหนียวปั้นเป็นก้อนจิ้มเกลือให้พอมีรสเค็ม ถ้ามีมะขามจะเอามาใส่เป็นไส้เรียกมะขามบ่ายข้าว น้ำอ้อยกะทิ ทำด้วยน้ำอ้อยที่เคี่ยวจนเหนียว ใส่ถั่วลิสงคั่วและมะพร้าวซอย ข้าวพองทำมาจากข้าวตากคั่วใส่มะพร้าวหั่นเป็นชิ้นๆ และถั่วลิสงคั่ว กวนกับน้ำอ้อยจนเหนียวเทใส่ถาด ในงานบุญต่างๆจะนิยมทำขนมปาด (คล้ายขนมเปียกปูนของภาคกลาง) ลอดช่อง และขนมหมก (แป้งข้าวเหนียวโม่ ปั้นเป็นก้อนกลมใส่ไส้กระฉีก ห่อเป็นสามเหลี่ยมคล้ายขนมเทียน นำไปนึ่ง) 

ขนมไทยภาคใต้

ชาวใต้มีความเชื่อในเทศกาลวันสารท เดือนสิบ จะทำบุญด้วยขนมที่มีเฉพาะในท้องถิ่นภาคใต้เท่านั้น เช่น ขนมลา ขนมพอง ข้าวต้มห่อด้วยใบกะพ้อ ขนมบ้าหรือขนมลูกสะบ้า ขนมดีซำหรือเมซำ ขนมเจาะหูหรือเจาะรู ขนมไข่ปลา ขนมแดง เป็นต้น

ตัวอย่างของขนมพื้นบ้านภาคใต้ได้แก่ 

  • ขนมหน้าไข่ ทำจากแป้งข้าวเจ้านวดกับน้ำตาล นำไปนึ่ง หน้าขนมทำด้วย กะทิผสมไข่ น้ำตาล เกลือ ตะไคร้และหัวหอม ราดบนตัวขนม แล้วนำไปนึ่งอีกครั้ง
  • ขนมฆีมันไม้ เป็นขนมของชาวไทยมุสลิม ทำจากมันสำปะหลังนำไปต้มให้สุก โรยด้วยแป้งข้าวหมาก เก็บไว้ 1 คืน 1 วันจึงนำมารับประทาน
  • ขนมจู้จุน ทำจากแป้งข้าวเจ้านวดกับน้ำเชื่อม แล้วเอาไปทอด มีลักษณะเหนียวและอมน้ำมัน
  • ขนมคอเป็ด ทำจากแป้งข้าวเจ้าผสมกับแป้งข้าวเหนียว นวดรวมกับไข่ไก่ รีดเป็นแผ่น ตัดเป็นชิ้นๆ เอาไปทอด สุกแล้วเอาไปเคล้ากับน้ำตาลโตนดที่เคี่ยวจนเหนียวข้น
  • ขนมคนที ทำจากใบคนที ผสมกับแป้งและน้ำตาล นึ่งให้สุก คลุกกับมะพร้าวขูด จิ้มกับน้ำตาลทราย
  • ขนมกอแหละ ทำจากแป้งข้าวเจ้ากวนกับกะทิและเกลือ เทใส่ถาด โรยต้นหอม ตัดเป็นชิ้นๆ โรยหน้าด้วย มะพร้าวขูดคั่ว กุ้งแห้งป่น และน้ำตาลทราย
  • ขนมก้านบัว ทำจากข้าวเหนียวนึ่งสุก นำไปโขลกด้วยครกไม้จนเป็นแป้ง รีดให้แบน ตากแดดจนแห้ง ตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทอดให้สุก ฉาบด้วยน้ำเชื่อม
  • ข้าวเหนียวเชงา เป็นข้าวเหนียวนึ่งสุก ตำผสมกับงาและน้ำตาลทราย
  • ข้าวเหนียวเสือเกลือก คล้ายข้าวโพดคลุกของภาคกลางแต่เปลี่ยนข้าวโพดเป็นข้าวเหนียวนึ่งสุกและใส่กะทิด้วย
  • ขี้หมาพองเช มีลักษณะเป็นก้อนๆ ทำจากข้าวเหนียวคั่วสุกจนเป็นสีน้ำตาล ตำให้ละเอียดเคล้ากับมะพร้าวขูด น้ำตาลโตนดที่เคี่ยวจนข้น เคล้ให้เข้ากันดี แล้วปั้นเป็นก้อน
  • ขนมดาดา เป็นขนมของชาวไทยมุสลิม ใช้ในโอกาสเดียวกับฆานม ประกอบด้วยข้าวเจ้า ข้าวเหนียวผสมน้ำบดให้ละเอียด นำไปละเลงในกระทะที่มีน้ำมันร้อนๆ พับให้เป็นแผ่น กินกับน้ำตาลเหลว
  • ขนมกรุบ นิยมทำกันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ใช้แป้งข้าวเหนียวนวดกับน้ำอุ่น นำไปรีดให้แผ่บางบนใบตอง นำไปนึ่งแล้วตากแดดให้แห้ง แล้วทอดให้กรอบคลุกกับน้ำตาลที่เคี่ยวเป็นยางมะตูม
  • ขนมก้องถึ่ง ทำจากถั่วลิสงคั่ว คลุกกับน้ำตาลร้อนๆ แล้วใช้ไม้ทุบให้ละเอียดจนเป็นแผ่น ตัดเป็นชิ้น

การแบ่งประเภทของขนมไทย

                    ขนมหวานไทยจะมีความหวานนำ หรือมีความหวานจนรู้สึกในลิ้นของผู้รับประทานการทำขนมหวานไทยเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาและฝึกฝนต้องใช้ศิลปะ วิทยาศาสตร์และความอดทน และความเป็นระเบียบ ความพิถีพิถันในการประกอบ ขนมไทยแท้ๆต้องมีกลิ่นหอม หวาน มัน  มีความประณีต ที่เกิดขึ้นตั้งแต่การเตรียมส่วนผสม จนกระทั่งวิธี

การทำ ขนมไทยสามารถจัดแบ่งเป็นชนิดต่างๆ ได้ตามลักษณะของเครื่องปรุง ลักษณะกรรมวิธีในการทำ และลักษณะการหุงต้ม คือ

            1. ขนมประเภทไข่ เช่น ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด สังขยา ฯลฯ

            2. ประเภทนึ่ง เช่น ขนมชั้น ขนมสาลี่ ขนมน้ำดอกไม้ ขนมทราย ฯลฯ

            3. ขนมประเภทต้ม เช่น ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว มันต้มน้ำตาล ฯลฯ

            4. ขนมประเภทกวน เช่น ขนมเปียกปูน ซ่าหริ่ม ขนมตะโก้ ฯลฯ

            5. ขนมประเภทอบและผิง เช่น ขนมดอกลำดวน ขนมบ้าบิ้น ขนมหน้านวล ฯลฯ

            6. ขนมประเภททอด เช่น ขนมกง ขนมฝักบัว ขนมสามเกลอ ฯลฯ

            7. ขนมประเภทปิ้ง เช่น ข้าวเหนียวปิ้ง ขนมจาก ฯลฯ

            8. ขนมประเภทเชื่อม เช่น กล้วยเชื่อม สาเกเชื่อม ฯลฯ

            9. ขนมประเภทฉาบ เช่น เผือกฉาบ กล้วยฉาบ มันฉาบ ฯลฯ

            10. ขนมประเภทน้ำกะทิ เช่น เผือกน้ำกะทิ ลอดช่องน้ำกะทิ ฯลฯ

            11. ขนมประเภทน้ำเชื่อม เช่น ผลไม้ลอยแก้ว วุ้นน้ำเชื่อม ฯลฯ

            12. ขนมประเภทบวด เช่น กล้วยบวดชี แกงบวดเผือก ฯลฯ

            13. ขนมประเภทแช่อิ่ม เช่น มะม่วงแช่อิ่ม มะเขือเทศแช่อิ่ม สะท้อนแช่อิ่ม ฯ